พชร์ อานนท์ ลั่นไม่ทันแล้วหลัง นิก ออกมาขอโทษ

พชร์ อานนท์ ลั่นไม่ทันแล้วหลัง นิก ออกมาขอโทษ แจงให้ศาลเป็นคนตัดสินทุกอย่าง ไม่กลัวจะยืดเยื้อย้ำชัดไม่ได้รังแกเด็ก

ยังเป็นมรสุมแตกหักต่อเนื่องที่ดูเหมือนไม่จบสักที สำหรับ พชร์ อานนท์ กับ นิก คุณาธิป แต่ดูเหมือนจะมีสัญญาณที่ดีต่อกัน เมื่อหนุ่มนิก ออกมาโพสต์ขอโทษพร้อมกับแสดงความเสียใจในสิ่งที่พูดไปถึงพชร์ อานนท์ ก่อนหน้านีทั้งในเรื่องของสัญญาและค่าตัว โดยล่าสุดทางพชร์ ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเคยไกล่เกลี่ยและยื่นข้อเสนอไปแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอม เพราะฉะนั้นก็ให้เป็นตามกระบวนการของศาล ยันไม่ได้รังแกเด็ก

เหมือนว่าน้องนิกอยากจะมาเคลียร์ใจกับพี่?

“ไม่ใช่ๆ เราบอกไปแล้วว่าเรื่องมันอยู่ในศาลแล้ว เขาเป็นคนเริ่มต้นเอาทนายความมาก่อนเราก็ต้องเอาทนายเข้าไปฟ้องกัน ซึ่งเราก็เคยไกล่เกลี่ยไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ว่าเขาไม่ยอม เขาจะเอาสัญญาคืนอย่างเดียว ซึ่งทางศาลก็บอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับสัญญา มันเป็นคดีฟ้องหมิ่นประมาทเรา ตอนแรกเราก็บอกว่าให้เขาขอโทษเราในทุกสื่อที่เขาลง แล้วก็จ่ายค่าทนายความมาเพราะว่าเราจ่ายค่าทนายความมาว่าความ 2 ข้อเขาก็ไม่ไกล่เกลีย เขาก็บอกเขาไม่โอเค เขาบอกข้อที่สามก็ขอเอาคือเอาสัญญาคืน ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับสัญญาเลย เราพยายามไกล่เกลี่ยแล้วแต่เขาไม่เอา ก็ต้องสู้กันในศาล”

แต่ที่เขาขอโทษเรา จะมีการไกล่เกลี่ยแล้วยอมไหม?

“น้องต้องไปอ่านข้อความใหม่ จริงๆแล้วขอโทษจริงหรือเปล่า หลายคนอ่านแล้วมันก็ไม่ใช่เพราะว่าพี่รู้จักเขามา 7 ปีพี่รู้เขาเป็นยังไง”

พี่พชร์ก็คือไม่ยอมให้อภัย?

“ไม่ยอม ก็แล้วแต่ศาลตัดสินเลยครับ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนเริ่ม เราใจดีมาตลอด เราไกล่เกลี่ยแล้วเขาไม่เอา เพราะฉะนั้นไม่เอาก็ไม่เป็นไร เราก็เลยมาพึ่งศาลเพราะเราก็ทำงานของเราอยู่จู่ๆเขาก็มาว่าเราอย่างโน้นอย่างนี้ตามที่เป็นข่าว เสร็จแล้ววันนึงเขาก็ไปถ่ายรูปคู่กับทนายเพื่อจะมาขู่เราเรื่องสัญญา เราก็เลยหาทนายความมาสู้คดี มาแก้ต่างซึ่งถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริงรู้ว่าเรามีพระคุณจริงๆ รู้ว่าเราเป็นคนให้เขาเข้ามาในวงการและมีชื่อเสียงจริงๆ เขาต้องไม่ทำตั้งแต่ทีแรกเลย เขาต้องไม่คิดจะด่าพี่ตั้งแต่ทีแรก ไม่คิดจะให้ไม่มีที่ยืนในวงการ ไม่คิดที่จะขายบ้านขายรถเพื่อจะสู้คดี เขาจะไม่คิดอย่างนั้นเลยมันก็จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น สักวันหนึ่งเราก็คุยกันและทำงาน เรื่องสัญญามันก็คุยกันได้แต่ในเมื่อเขาต้องการอย่างนั้นก็จัดให้”

เขามีโทรมาส่วนตัวบ้างไหม?

“ไม่มีเลยครับ ตั้งแต่วันนัดจนถึงวันนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงวันนี้ไม่มีโทรศัพท์หรือว่าข้อความฝากจากเขามาถึงเราเลย มีแต่เขาไปคุยกับลูกน้องเราว่าเราเสียๆหายๆให้ลูกน้องเราฟัง”

ในชั้นศาลตอนนี้อยู่ในกระบวนการไหน?

“ไต่สวนข้อมูลไปแล้ว เขารับประทับฟ้องไปแล้วตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประกันตัวสู้คดี ศาลอยากให้ไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ซึ่งไม่ทราบวันไหน แต่พี่ได้ไกล่เกลี่ยไปแล้วอย่างที่บอกเพราะว่าพี่ไม่ได้ใจดำ แต่เขาไม่ยอมตามที่พี่ไกล่เกลี่ยเพราะฉะนั้นก็ต้องสู้กันต่อ”

จริงๆแล้วที่เขาโพสต์เขาอยากให้พี่พชร์ใจอ่อนหรือเปล่า?

“น้องไปอ่านดีๆ เขาโพสต์ด่าพี่อีกครั้งไม่ได้เป็นการขอโทษแต่เขาใช้คำพูดลึกๆมาว่าพี่ ลองอ่านดีๆ”

เท่ากับว่าไม่ทันแล้ว?

“ไม่ทันแล้ว แล้วแต่ศาลตัดสิน”

หวั่นว่าจะยืดเยื้อไหม?

“มันก็ต้องยืดเยื้อครับเพราะว่าเขาต้องการอย่างนั้นเอง เราไม่ได้เป็นคนหาเรื่อง เราเป็นผู้ใหญ่เราก็อยู่ของเรา จู่ๆเขาก็มาหาเรื่องแล้วที่สำคัญทั้งหมดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับสัญญาเลยเป็นคดีหมิ่นประมาทอย่างเดียวแต่เขาเอาไปพัวพันไปหมดว่าจะไกล่เกลี่ยเอาสัญญาคืน อะไรก็จะเอาสัญญาคืนซึ่งบอกไปแล้วว่าค่าฉีกสัญญา 3 ล้านบาท เราพูดไปแล้ว”

ที่เขาโพสต์เขาอยากให้คนมองว่ากลายเป็นพี่พชร์รังแกเด็กหรือเปล่า?

“พี่ไม่เคยรังแกเด็กอยู่แล้ว แต่เราก็พูดความจริงว่าเราไกล่เกลี่ยไปแล้วแต่เขาไม่ยอม”

You might also like